โลกใบนี้ไม่ได้เหงา ดาวเคราะห์ใบนี้ไม่เคยเงียบเหงา คนต่างหากที่เหงา
เราทุกคนจึงอยากจะเดินตามหาคนอีกคน ที่จะเดินทางไปเคียงข้างเรา
เดินทางผจญภัยบนทางเดินแสนไกลไปกับเรา
บางทีคนเราอาจไม่ได้ต้องการเพียงคนรักมาเอาใจ
แต่ต้องการคนที่จะเดินไปเคียงข้างได้ทุกการเดินทางต่างหาก


อาจไม่ต้องดีพร้อม อาจไม่ต้องสวยงาม
อาจไม่ต้องเลิศหรูพอจะเอาไปอวดใคร(คนรักนะ ไม่ใช่เพชร พลอย)
เพียงแต่มีรอยยิ้มให้ในวันที่เหนื่อยล้า ความเข้าใจเวลาที่เราจะทำอะไรที่เป็นความสุขของเรา
แม้ความสุขเหล่านั้นจะไร้สาระ แต่คนๆนั้น กลับเป็นคนที่เข้าใจเราแล้วหัวเราะอย่างมีความสุข
ให้กับเรื่องราวของเรา ที่จะเติมเต็มเรื่องราวของกันและกัน

เขาว่ากันว่า มนุษย์ เป็นสัตว์สังคม หน่วยของสังคมที่เล็กที่สุดก็คือครอบครัว
เราจึงอยากจะอยู่กับใครที่ทำให้เรารู้สึกว่า เขาเป็นครอบครัวของเรา
คำว่าครอบครัวก็น่าจะเป็นความรู้สึกของการอยู่ด้วยกันแล้วสบาย ไม่ใช่แค่สบายตัว
(เหมือนนึกอยากจะผายลมเมื่อใดก็ผายได้) แต่ต้องเป็นความรู้สึกของความสบายใจ
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรกันเล่า

บางทีมันก็รู้ได้ตั้งแต่วันแรกที่ได้พบสบตากัน

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ความรู้สึกแรกผ่านการสบสายตานั่นแหละ
บ่งบอกได้เลยว่าเธอ/ใคร/คนไหนจะเข้ามา และเข้ามาทำให้ชีวิตเราวุ่นวาย
วุ่นวายยังไง และวุ่นวายแบบไหนเสียด้วย ว่ากันว่ามนุษย์ไม่มีสัญชาตญาณ
มีแต่เกิดการเรียนรู้ไปเรื่อยๆ แต่ทฤษฎีนี้อาจใช้ไม่ได้เสมอไปในแง่ของจิตใจคนเรา
ถ้าไม่ใช่สัญชาตญานแล้วอะไรเล่าบอกเรา รับภาพจากดวงตาแล้วส่งกระแสไฟฟ้าเป็นคลื่นไปสู่สมอง
ให้แล่นไหลลงมากระตุ้นหัวใจให้เต้นถี่ได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่สบตากับใครสักคนที่เรารู้สึกว่ามัน “ใช่”

หลายคนไม่เชื่อเรื่องรักแรกพบ อ้างอิงจากความรู้สึกของตนเองเพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ถ้าเป็นเช่นนั้นอยากจะด่วนสรุปเอาดื้อๆว่า คงเป็นเพราะเขาไม่เคยเจอใครที่ “ใช่” หรือ “โดน” เสียจริงๆ
หรือไม่ ความจริงก็อาจจะรู้สึกแล้ว แต่เมินเฉยและปล่อยให้มันผ่านไป
คิดเสียว่าเป็นปฏิกริยากระตุ้นหัวใจธรรมดา เอาอะไรมาวัดกันละว่า มันใช่ หรือ ไม่ใช่ รักแรกพบกันแน่ ?

 

แต่สำหรับหลายๆคนที่มีประสบการณ์ความรักกันมาโชกโชน (บ้างก็โชกเลือด) แล้วละก็
คงปฏิเสธยากยิ่งว่า การที่เราจะยอมรับว่ารักใครสักคน และพัฒนาความสัมพันธ์ต่อเนื่องไปด้วยกันได้นั้น
ล้วนแล้วมาจากอาการสะดุดตาสะดุดใจ จึ้กๆ กันตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า บางคนอาจสะดุดใจตั้งแต่แรก
และตัดสินใจจะเดินหน้าเข้าไปตามใจปรารถนา ส่วนบางคนอาจเพียงสะดุดตาและดูท่าทีไปก่อน
ยิ่งนับวันยิ่งรู้สึกว่าเข้าที เลยค่อยพัฒนาความสัมพันธ์กันทีหลังก็ว่ากันไป

แต่ไอ้อารมณ์ไม่เคยอยู่ในสายตาเลยตั้งแต่แรก แล้วมารักมาชอบกันทีหลังนั้น
โอกาสมันแลดูจะน้อยเต็มที

ปัญหาที่หลายๆคนเจอกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็คือความรักที่ไม่สมหวัง
ซึ่งหลายๆครั้งก็เกิดจากความรู้สึกรักแรกพบเช่นนี้ด้วย

ก็เพราะบางคนเจอคนที่ถูกตาต้องใจแล้ว ก็พาลพาโล ตีโพยตีพายไปว่าเขาใช่แล้ว สุดยอดแล้วคนนี้
โดยที่ลืมคิดหน้าคิดหลังไปว่าไอ้คนที่เราตั้งใจจะ Say Yes! นั้น เขาคิดอยากจะ Say Yes! กับเราด้วยหรือเปล่า สุดท้ายก็พลอยช้ำเลือดช้ำหนอง พี่หมองดั่งคลองแสนแสบ กันไปเป็นแถบเพราะความรักทำพิษ น้อยคนนักที่จะสมหวังปิ๊งปั๊งรักสวยงามทั้งคู่

งมเข็มในมหาสมุทรยากลำบากฉันท์ใด รักแรกพบที่ต้องใจทั้งสองฝ่ายก็ยากเย็นฉันท์นั้น

หลายคนว่า หัวใจที่บอบบางของมนุษย์ก็เหมือนจิ๊กซอว์
เดินทางเรื่อยไปเพื่อจะค้นหาส่วนที่ขาดหายเข้ามาเติมเต็ม

แต่อย่าลืมว่า จิ๊กซอว์ก็เป็นเพียงแค่ชิ้นส่วน ถ้าหากเจอเข้ากับชิ้นส่วนที่ใหญ่ไปแล้วดันทุรังจะต่อให้มันติดกัน รังแต่จะเกิดความกระแทกกระทั้นให้จิ๊กซอว์บิ่นหักแตกวิ่นเสียของเสียเปล่าๆ

เราไม่มีทางเข้ากับคนที่ใหญ่เกินไปและไม่มีทางพอดีกับคนที่เล็กเกินไปสำหรับเราได้


เราต่างต้องการสิ่งที่พอดี หากคิดจะดันทุรังมีเพียงแต่หัวใจของเราเองนั่นแหละที่จะแตกวิ่นไม่เหลือชิ้นดี
เผลอๆแตกร้าวจนกลายเป็นไม่พอดีกับคนที่เป็นชิ้นส่วนของเราอีกต่างหาก

รักแรกพบ กลายเป็นเรื่องของเคมี การที่คนสองคนมี “เคมี” ที่ตรงกัน
ก็เหมือนกับมดหรือแมลงที่จะปล่อยสารบางอย่างออกมาทักทายกัน
บางสิ่งรูปร่างหน้าตาเหมือนจะใช่ คับคล้ายคับคลา
แต่พอลองเข้ามาต่อกันจริงๆแล้วกลับไม่ใช่ขึ้นมาเสียอย่างนั้น


ความรัก ก็อยู่ส่วนของความรัก แต่ความสัมพันธ์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทั้งสองเรื่องไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
แยกออกจากกันอย่างเป็นเอกเทศสิ้นเชิง ดังนั้น อีกเหตุผลที่หลายๆคนบอกว่า รักแรกพบไม่มีจริง
นั่นอาจเป็นเพราะว่า เมื่อเขารู้สึก “ใช่” กับใครสักคนแล้ว เมื่อต้องการจะเดินทางไปสู่ความสัมพันธ์
กลับไม่เป็นดั่งที่คาดหวังไว้ ทั้งๆที่มันเป็นคนละเรื่องเดียวกันต่างหาก

ถ้าหากว่ารัก คืออาการที่หัวใจเต้นแรง มือไม้อ่อน พูดจาพร่ำเพื่อเหมือนสูญเสียการควบคุมของเซลล์สมอง เมื่อพบสบตากับใครสักคนที่ “ถูกอกถูกใจ” แล้วละก็ ปฏิเสธได้หรือไม่ว่านั่นอาจเรียกว่ารักแรกพบ
แต่ความสัมพันธ์นั้นเป็นเรื่องราวของสิ่งที่ตามมาหลังจากสิ่งที่เรียกว่าอารมณ์ “ชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นหมา”
กันมาแล้ว มันจึงกลายเป็นเรื่องของการปรับตัวเข้าหากัน

เฉกเช่นเดียวกับสัตว์โลกที่จำเป็นต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม
หากปรับเข้าหากันไม่ได้มันก็อยู่ไม่รอด

รัก อาจไม่ต้องการเวลา แต่ความสัมพันธ์ต้องการแน่ๆ และต้องใช้เวลาเนิ่นนาน อาจจะชั่วชีวิตก็เป็นไปได้
ดังนั้น คนเราถ้าหากจะรักใครสักคน แน่นอนว่ามันห้ามไม่ได้ หัวใจมันจะเต้นแรงตามธรรมชาติ
สมองก็จะเบลอตามธรรมชาติทำอะไรผิดพลาด ตามประสาคำที่เขากล่าวกันไว้ว่า
“ความรักทำให้คนตาบอด” คงต้องแถมให้ด้วยว่า “ตาบอดคลำช้าง” อีกต่างหาก
เพราะคลำเจออะไรที่คิดว่าดี ก็คิดว่าดีไปเสียหมด คลำเจออะไรที่รู้สึกว่าเลวร้าย
ก็คิดว่าจะเลวร้ายไปเสียหมดอีกด้วย

แต่การที่เราจะเลือกทุ่มเทให้กับใครสักคนนั้น สมองอาจมีความจำเป็นที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องในการ
ตัดสินใจ เพราะการทุ่มเทไม่ว่าจะด้วยสิ่งใดก็ตาม มักจะตามมาด้วยการเริ่มต้นความสัมพันธ์เสมอ
ซึ่งความสัมพันธ์นั้นเป็นสิ่งที่ควรมาก ถึงมากที่สุดที่จะต้องให้สมองเข้ามามีเอี่ยวด้วย
ให้หัวใจลุยเดี่ยว เดี๋ยวจะเกิดอาการสะบักสะบอมเสียเปล่าๆ เศร้าใจจริง

 

Comment

Comment:

Tweet

"รักอาจไม่ต้องการเวลา แต่ความสัมพันธ์ต้องการแน่ๆ" โดนมากค่ะ big smile big smile

Hot! Hot! Hot!

#1 By THEBEE on 2011-03-08 15:35

"รักอาจไม่ต้องการเวลา แต่ความสัมพันธ์ต้องการแน่ๆ" โดนมากค่ะ big smile big smile

Hot! Hot! Hot!

#2 By THEBEE on 2011-03-08 15:35